Posted in Lifestyle

บันทึกทริปเขากระโจมและสิ่งที่ได้เรียนรู้

บทที่หนึ่ง : ทำไมต้องไปเขากระโจม? 

(จังหวัดราชบุรี ชายแดน ไทย- พม่า)

เดือนที่แล้ว เพื่อนทักมาทางเฟสบุ๊ค เพื่อชวนไปวิ่งเทรลที่เขากระโจม  เป็นการวิ่งเทรลแบบไปกันเอง ไม่ได้มีการแข่งขันแต่อย่างใด

เราแพลนกันว่า จะวิ่งขึ้นไปบนเขา ไปกางเต๊นท์ นอนบนนั้น กินหมูกะทะ และ ตื่นมาดูทะเลหมอกกัน 

พร้อมด้วยการกำชับเราว่า เธอไปดูรีวิวดีๆก่อนตอบตกลง เพราะทางมันโหดมาก ถ้าไม่ไหวก็ถอนตัว แต่ถ้าตอบตกลงแล้ว ห้ามเททริปนี้เด็ดขาด

นั่งดูรีวิว อยู่ 2 วัน จงตอบเฟสเพื่อนไปว่า “ตกลง” และสัญญาว่าจะไม่เททริปนี้แน่นอน

ก่อนถึงวันนัด โชคก็เข้าข้าง เพราะได้หยุดพักงานหลายวัน ฉะนั้น สบายใจได้เลยว่าเราสามารถไปเที่ยวได้แบบสบายๆ โดยที่ไม่ต้องห่วงกังวลเรื่องงาน

ขับรถจากบ้านที่สมุทรสาคร มุ่งหน้าไปยัง ราชบุรี ระยะทางไม่ไกล ประมาณ 2.5 ชั่วโมงก็ถึง แต่เริ่มทริปด้วยการที่รถของเรามีอุบัติเหตุยางแตก ไม่สามารถขับไปต่อได้ และนั่นเป็นอุบัติเหตุครั้งแรกชีวิต เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เราได้เห็นน้ำใจและมิตรภาพของคนที่เราเพิ่งรู้จักกัน เขาน่ารักมาก และพร้อมช่วยเราเต็มที่เมื่อเราเจออุบัติเหตุแบบนี้ และเราก็โชคดีที่มีประกันชั้นหนึ่ง โทรให้ประกันมายกรถไปที่ศูนย์เบ๊นซ์ ส่วนเราและเพื่อนนั้น ก็เดินทางไปต่อที่เขากระโจม

เราเริ่มวิ่งตอนสี่โมงเย็น (ส่วนมากคือเดิน ฮ่าๆๆ)  ระยะทางโหดเหมือนในรีวิวเลย แทบเป็นลมตอนที่เดินขึ้นเขา เวลาที่เราไม่ได้ฝึกซ้อมร่างกายมานาน เราจะเหมือนคนแก่ที่อ่อนแอมาก เดินไป ดมยาดมไป แต่ใจก็อดทน และพยายามก้าวต่อไป เพื่อนร่วมทาง 4 คน เดินไปเรื่อยๆ ชมธรรมชาติระหว่างทาง ลมเย็นพัดผ่านกาย ได้ใกล้ชิดป่าเขาในแบบที่รู้สึก สงบ ร่มเย็นมาก เวลาประมาณ หนึ่งทุ่มกว่าๆ เราก็ไปถึงบนเขา จุดที่เรากางเต๊นท์กัน ระหว่างทางได้เจอเพื่อร่วมทาง ได้เจอเจ้าหน้าที่ตำรวจชายแดน ได้พบเจอมิตรภาพที่ดีมากๆ ได้แวะเล่นกับหมาน้อย นั่นก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งของชีวิต มันลำบากไม่ใช่น้อย แต่ปริมาณความสุขที่ได้ก็มากไม่ใช่น้อยเช่นกัน

และถ้าถามว่า ทำไมเราต้องไปเขากระโจม คำตอบคงเป็น…เพราะมีเพื่อนดีๆร่วมทริป ไปไหนไปกัน ไม่กลัวความยากลำบาก ไม่กลัวว่าต้องเปื้อนฝุ่น ลุยโคลน และสามารถลำบากไปด้วยกันได้ ไปเพราะหัวใจอยากสัมผัสกับธรรมชาติ เพราะเรารู้ตัวเองว่า สิ่งที่จะบำบัดหัวใจเราได้ดีที่สุดคือ ธรรมชาติ 

บทที่สอง : มีกิจกรรมสนุกๆอะไรบ้างที่เขากระโจม?

1

เดิน – วิ่ง เทรล ระยะทางไปกลับ ประมาณ 21 KM ซึ่งเท่ากับ Half Marathon สิ่งที่ยากคือ เป็นการวิ่งเทรลแบบขึ้นเขา ลำพังเดินทางราบ และระยะไกลก็เหนื่อยแล้ว แต่นี่คือการเดินขึ้นเขาซึ่งชันมากๆ ความเหนื่อยจะเพิ่มขึ้นสองถึงสามเท่า และทางที่ขึ้นไม่ได้เรียบ แต่เป็นเส้นทางที่ท้าทาย เพราะฉะนั้น ถ้าเราสามารถผ่านสนามเทรลนี้ไปได้ ถือว่าเราได้ผ่านบททดสอบยากๆแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องเตรียมตัวให้พร้อม ทั้งร่างกายที่แข็งแรง ชุดที่ใส่ น้ำ อาหาร และเพื่อนร่วมทางดีๆ

2

ไปนอนกางเต๊นท์บนเขา สัมผัสหมอกเย็นๆ สวยๆ มองดูวิวของประเทศเพื่อนบ้าน คืนไหนท้องฟ้าเป็นใจ เราสามารถนอนดูทางช้างเผือกแบบโคตรมีความสุขและโรแมนติกมาก ยิ่งถ้าไปกับคนรัก ยิ่งเป็นการเดินทางที่สนุกและประทับใจมาก

3

ไปกินหมูกะทะกับแก๊งค์เพื่อน ลองนึกถึงอากาศเย็นๆ แล้วนั่งปิ้งหมูกะทะกัน เม้ามอย และหัวเราะมีความสุขกับเพื่อนของเรา  มันคือความสุขอีกรูปแบบหนึ่ง ที่หาไม่ได้จากการนั่งกินอาหารร้านหรูๆ 

4

ลองนั่งรถโฟลวิลล์ลงเขาดูสักครั้ง แล้วเราจะรู้ว่ามันส์มาก มันทั้งลุ้น ทั้งระทึก และสนุกมาก เพราะเส้นทางนั้นมันโหดมาก คนที่สามารถขับรถบนเส้นทางแบบนี้ได้ต้องใจแข็งมาก และชำนาญมาก นี่ก็เป็นอีกความประทับใจหนึ่งที่เราจะเก็บไว้ว่าครั้งหนึ่งเคยผจญภัยอะไรสนุกๆแบบนี้

บทที่สาม : อะไรคือสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากทริปนี้?

หนึ่ง 

มิตรภาพ คือสิ่งที่สวยงามที่สุด มีคุณค่าที่สุด เพราะทริปนี้จะไม่สนุกเลยถ้าไม่มีเพื่อนร่วมทริปดีๆ และมีคนรักที่คอยจับมือกันจนเดินไปถึงปลายทาง หากวันหนึ่งที่เราแก่ตัวลงไป เมื่อนึกย้อนกลับมา เราจะยังจดจำความรู้สึกดีๆและมิตรภาพที่เกิดขึ้นจากการเดินทางในทริปนี้  ขอบคุณทุกคน ที่ทำให้ทริปนี้เป็นทริปที่สนุกและมีความสุขมาก

สอง

ความลำบาก ไม่ได้ฆ่าเรา และความลำบาก มันเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งเท่านั้น  ระหว่างทางที่เราทำอะไรสักอย่าง เราจะเจอความลำบาก เจออุปสรรคอะไรบางอย่าง ที่ทำให้เรารู้สึกเหนื่อย จนบางทีก็ท้อและไม่อยากไปต่อ สิ่งที่เราได้เรียนรู้คือ ถ้ามันเหนื่อย ก็หยุดพักก่อน แวะดื่มน้ำสักหน่อย นั่งลงมองวิวสวยๆข้างทาง อนุญาตให้ลมเย็นพัดผ่านกาย แล้วรู้สึกดีกับมัน มีความสุขกับปัจจุบันขณะนั้น แล้วเราจะพบว่า ความสุขสงบมันอยู่ตรงนั้นเอง เพียงแต่เราต้องมองให้เห็นและให้เวลาตัวเองได้เอาหัวใจไปสัมผัสกับความสุขสงบนั้น

สาม

ความเหนื่อย มันแค่สิ่งชั่วคราว การเดินทาง บางครั้งก็เหนื่อยก็ลำบาก แต่การเดินทางก็ช่วยบำบัดหัวใจมนุษย์ได้ดีไม่น้อยเลย ธรรมชาติ ต้นไม้ ใบหญ้า และป่าเขา คือโรงพยาบาลทางด้านจิตใจที่ดีที่สุด บางทีชีวิตในเมืองกรุงที่เต็มไปด้วยปัญหา ความวุ่นวาย การแข่งขัน และสปีดส์ความเร็วที่เหนือธรรมชาติ สิ่งเหล่านั้นทำให้มนุษย์อยู่ไกลธรรมชาติจนเกิดความเครียด แต่เมื่อมนุษย์ได้กลับไปสู่ธรรมชาติ ไปอยู่ในจังหวะก้าวของธรรมชาติ เราก็ค้นพบว่า เราเสมือนได้รีเซ็ตความรู้สึกอีกครั้ง ซึ่งนั่นก็ทำให้มนุษย์สามารถกลับไปใช้ชีวิตแบบมีพลังและเต็มไปด้วยความรักอีกครั้ง

หากมีโอกาสอีก จะไปเยือนเขากระโจมอีกครั้ง

ขอบคุณการเดินทางที่ดีมากๆ

ทริป 2020

Author:

การออกไปเจอโลกข้างนอก ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆมากขึ้น แต่การได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ทำให้เราเข้าใจโลกข้างในใจเรา

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.