Posted in Lifestyle

“ปัดฝุ่นความฝัน”

เคยลงมือทำอะไรด้วยความตั้งใจมั้ย

เคยลองทำไปสักพักใหญ่ๆ แล้วก็หยุดทำมั้ย

เคยมั้ย…ที่มีเหตุผลข้ออ้างเพื่อมาสนับสนุนความไม่เสมอต้นเสมอปลายของตัวเอง เหตุผลที่อ้างขึ้นมา เพื่อทำให้ตัวเองดูไม่ผิด แต่ก็ไม่ก้าวหน้าไปไหน

ใช่…เราเป็นหนึ่งในมนุษย์คนที่เป็นแบบนั้น….คนที่ทิ้งอะไรไว้กลางทาง และไม่ได้ทำมันอย่างต่อเนื่องนานมากพอ เรามีเหตุผลที่ฟังดูดีทีเดียวแหละ กับการไม่ได้เขียนบทความในเว็บไซด์ที่ตัวเองและคนรักตั้งใจสร้างมันขึ้นมากับมือ

แน่นอน การทำเว็บไซด์นี้ ไม่ได้เงิน ไม่มีรายได้อะไร แต่ทำเพราะใจรัก ทำเพราะอยากมีพื้นที่ทดความคิดในช่วงเวลานั้นๆ อยากจดความคิดนั้นไว้ เผื่อวันหนึ่งที่เราโตขึ้นกว่านี้ เราจะได้กลับมาอ่านความคิดของตัวเอง อยากมองเห็นพัฒนาการทางความคิดและความรู้สึกของตัวเอง ผ่านการเขียนบทความบันทึกความคิดและความรู้สึกเอาไว้

ระหว่างทางที่เดิน มีอะไรมาแทรกมากมาย พื้นที่ของการทำงานประจำ กินเวลาในชีวิตประมาณ 70 -80% และเราก็เลือกรับผิดชอบในงานประจำที่เราได้รับมอบหมาย เราทำมันอย่างเต็มที่ ทุกวัน และทำสุดกำลังที่เรามี

งานอดิเรกอื่นๆ เราก็ยังคงมีความสุขที่ได้ทำ ทั้งการทำเพจที่เรารัก การทำคลิปลงยูทูป การอ่านหนังสือ การเขียนหนังสือ การเดินทางท่องเที่ยว การวิ่งมาราธอน และอีกอย่างที่เป็นความสุขของเรา คือการเขียนบทความลงในเว็บไซด์ของตัวเองแบบนี้

ทุกอย่างที่เราทำ มันมีต้นทุนด้านเวลา และเวลาที่เราเลือกทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปแล้ว นั่นหมายความว่า เราต้องยอมรับว่า เราจะไม่ได้ทำสิ่งอื่นที่เหลือ มันคือการเลือก ว่าเราจะเลือกทำอะไร ในระยะเวลานานแค่ไหน และเราต้องการผลลัพธ์อะไรจากการลงมือทำสิ่งนั้น ชีวิตทุกๆวัน อยู่ที่การเลือกของเราทั้งนั้นเลย เราต้องเป็นผู้ตัดสินใจเลือกเองว่าเราต้องการทำอะไร

และช่วงเวลาเกือบๆ 5 เดือนที่ผ่านมา เราไม่ได้เขียนบทความใหม่ๆลงในเว็บเลย เพราะเราใช้เวลาไปกับการทำเพจ การทำงานประจำ และวิ่งมาราธอน ซึ่งการเขียนครั้งนี้ ถือเป็นการปัดฝุ่นความฝันของเราอีกครั้ง มันอาจจะมีบ้าง บางบทความที่เป็นประโยชน์กับคนอ่าน เท่านั้นเราก็ดีใจแล้ว

เราจะจัดสรรเวลา เพื่อกลับมาเขียนบทความลงในเว็บไซด์ของตัวเองอีกครั้ง เราจะเขียนไปเรื่อยๆ จนเมื่อวันหนึ่งที่เราอายุมากขึ้น เราคงได้บันทึกอะไรต่อมิอะไรฝากไว้ให้คนรุ่นหลังได้อ่าน

บางที การมีตัวตนของคนๆหนึ่งในโลกใบนี้ อาจซ่อนอยู่ในสมุดทดทางความคิด ที่ถูกสื่อสารผ่านตัวหนังสือก็ได้

ขอบคุณตัวเองที่กลับมาเขียนอีกครั้ง เราน่าจะได้พบกันบ่อยมากขึ้น จากความตั้งใจครั้งใหม่ครั้งนี้

Posted in Lifestyle

“เราจะได้ในสิ่งที่ให้ออกไป”

เทอเชื่อเรื่องกฏของการลงมือทำมั้ย

เทอเชื่อมั้ยว่า เราทำอะไรลงไป ใส่ความพยายามระดับไหน และยาวนานต่อเนื่องแค่ไหน

ทั้งหมดนั้นแหละ จะกลายมาเป็นผลลัพธ์ในชีวิตเทอ

 

เทอเคยเห็นบางคนได้ผลลัพธ์ในชีวิตแบบเจ๋งๆ เท่ห์ๆ คูลๆ มั้ย

แล้วเทอก็อิจฉา ว่าทำไมชีวิตเค้าดีจัง ทำไมเค้าประสบความสำเร็จจัง

แต่เทอเคยเห็นตอนที่เค้าลงมือทำมั้ย

เทอได้เห็นมั้ย ว่าเค้าใส่ใจ ใส่แรง ใส่ความพยายามขนาดไหน

เทอเห็นมั้ยว่าเค้าต้องเผชิญกับอุปสรรคปัญหามากเท่าไร

เทอเห็นมั้ยว่าเค้า โดนคนนินทา ดูถูก พูดให้เจ็บช้ำน้ำใจแค่ไหน

และยังมีอีกตั้งมากมายหลายอย่าง ที่เทอยังไม่เคยเห็น ว่าเค้าพยายามขนาดไหน

 

การที่เทอใส่ความพยายามระดับอนุบาล แต่หวังผลลัพธ์ระดับมหาวิทยาลัยมันเป็นไปไม่ได้หรอก

ชีวิตมันยุติธรรมเสมอนะ

ถ้าเทอไม่พัฒนาตัวเอง ไม่ตั้งใจ วันหนึ่งโลกจะเหวี่ยงเทอไปในที่ที่เหมาะสมกับเทอ

เรารู้ว่าปลายทางของเทอจะเป็นยังไง

เพราะฉะนั้น ถ้าเทอรักตัวเองมากพอ จงพัฒนาตัวเองซะ

จงทำตัวเองให้ดีขึ้นซะ

จงขยันซะนะ และใส่ใจให้มากกว่านี้

ไม่เช่นนั้นแล้ว ผลลัพธ์ในชีวิตเทอ คงไม่ต่างจากที่เรามองไว้

 

Posted in Lifestyle

“11 เคล็ดลับเงินเดือนหลักแสนก่อนอายุ 30 ปี”

**หัวใจสำคัญที่จะทำให้มีรายได้มากขึ้นนั้นคือ ยิ่งคุณสามารถสร้าง Value หรือกำไรให้กับบริษัทได้มากแค่ไหน รายได้หรือเงินเดือนคุณก็จะมากตามไปด้วยนั้นเอง**

1.เลือกประเภทงานที่ใช้ความคิดและมีการปรับตัวตามสถานการณ์ (งานใช้ความคิดสร้างสรรค์)

หากแบ่งประเภทงานตามลักษณะงาน จะสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่

  1. งานใช้ความคิดและมีการปรับตัวตามสถานการณ์ (งานใช้ความคิดสร้างสรรค์) หรือ Non-Routine Cognitive work (NR-C)
  2. งานใช้แรงที่ต้องปรับตัวตามสถานการณ์ หรือ Non-Routine Manual work (NR-M)
  3. งานใช้ความคิดที่มีลักษณะซ้ำๆหรือ Routine Cognitive work (R-C)
  4. งานใช้แรงที่มีลักษณะซ้ำๆหรือ Routine Manual work (R-M)

 

2.ทำงานที่รักและมีความถนัด

  • หลงรักงานที่ตัวเองทำมากถึงมากที่สุด เพราะรักในงานที่ทำ จึงไม่รู้สึกว่าทนทำงาน ไม่รู้สึกเหนื่ย ไม่ได้นั่งเฝ้ารอวันเสาร์อาทิตย์ เพราะทุกวันได้ทำสิ่งที่รักอยู่แล้ว
  • เมื่อทำงานที่เรารักและถนัด เราจะอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง

 

3.พัฒนาตัวเองเพื่อให้เป็นคนที่มีคุณค่า

  • ค่าของคนอยูที่ผลของงาน
  • เรามองตัวเองว่ามีคุณค่า
  • คนอื่นๆมองว่าเรามีคุณค่า
  • เป็นคีย์แมนของบริษัท เป็นคนสำคัญที่บริษัทจะขาดไม่ได้ เป็นคนที่ทุกคนต้องการตัว เวลามีปัญหา เวลามีโปรเจ็คอะไรใหม่ๆที่ต้องใช้สมอง คนประเภทนี้ จะเป็นที่พึ่งพิงของทีม คนเหล่านี้มักจะให้ไอเดียในการทำงานที่ดีกว่าคนอื่นๆ มีทัศนคติที่ดี มีความสามารถในการเจรจาต่อรอง เข้าใจคนในทีม และเข้าใจลูกค้าได้ดีกวว่าคนอื่นๆทั่วไป
  1. Skill

มี skill ที่ตลาดต้องการแล้วถ้าจะให้ดีขึ้นไปอีกคือเราต้องทำให้ตัวเองเป็น specialist ในเรื่องนั้นๆให้ได คือให้เก่งด้านใดด้านหนึ่งไปเลย เก่งให้สุดๆ

 

5.Can do what other couldn’t

“เราจะต้องสามารถทำในสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้” หรือสามารถทำในสิ่งที่ยากได้

ยิ่งมีน้อยคนทำได้ยิ่งดี ซึ่งไอ้การที่มีน้อยคนนักที่จะทำได้นั้นเราต้องมีความรู้ในด้านนั้นเป็นอย่างดีจะต้องรู้ลึกมากกว่าคนอื่นๆ

และเมื่อจำนวนคนที่สามารถทำได้นั้นมีน้อย แน่นอนสิ่งที่ตามมาคือความต้องการของนายจ้าง พอความต้องการเยอะแต่ปริมาณมีน้อย ก็ทำให้ในตำแหน่งต่างๆที่ต้องใช้ความชำนาญพิเศษนั้นเงินเดือนสูงตามไป

 

6.Can do faster than other

ทำได้มากกว่าในเวลาที่เร็วกว่า ก็ผลิตงานได้มากกว่า รายได้ก็มากกว่า

 

 

7.Language

  • ซึ่งบ้านเราต่างชาติเข้ามาลงทุนเยอะ บริษัทต่างชาติเยอะมาก เขาต้องการคนที่สามารถสื่อสารกับเขาได้ บางทีคุณอาจะ Skill ไม่ถึงนะ แต่คุณได้ภาษา สามารถสื่อสารกับเขาได้นะ รับรองเลยว่าเงินเดือนมากกว่าคนที่มี skill ตรงๆสะอีก
  • อีกอย่างหนึ่งคือข้อมูลข่าวสาร หรือแหล่งความรู้ต่างๆนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นภาษาอังกฤษ ถ้าเราได้ตรงนี้จะทำให้เราสามารถเรียนรู้ได้เร็ว เพราะเราไม่ต้องมานั่งรอคนแปลเป็นไทย

 

8.คิดมองการณ์ไกลและสามารถทำเรื่องเล็กๆได้

  • มีวิสัยทัศน์กว้างไกล
  • เป็นนักกลยุทธ์ นักคิดนักวางแผน มองทิศทางและอนาคตของการเติบโตของบริษัทได้
  • ขณะเดียวกันก็สามารถทำงานในรายละเอียดเล็กๆได้
  • ต้องผ่านงานมาแล้วแทบทุกอย่าง แก้ไขปัญหา ผ่านอุปสรรคมาแล้วนับไม่ถ้วน จึงมีความสามารถในการบริหารจัดการเรื่องต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ
  • หารายได้เพิ่มให้กับบริษัท มีความสามารถในการตอบสนองได้เป็นอย่างดี
  • เป็นผู้เปลี่ยนแปลงอะไรที่สำคัญ

 

 

9.สร้างแบรนดิ้งให้กับตัวเอง

  • หาจุดแข็งและจุดอ่อนตัวเองให้เจอ เป้นคนเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เป็นผู้ชี้นำในเรื่อง

สำคัญๆได้

 

10.Promotion

  • การปรับตำแหน่งกับบริษัทเดิม ปรับตำแหน่งได้เร็วก็รายได้มากตามไป
  • แต่ทำยังไงให้ปรับตำแหน่งได้เร็วก็ไม่ได้ยากมาก แค่ตั้งใจทำงาน ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เต็มที่ ทุ่มเทกับงาน ส่งงานทันเวลาแบบสม่ำเสมอ
  • นอกเหนือจากนี้จะเป็นทักษะที่เราจะต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองให้พร้อมที่จะปรับตำแหน่ง และเรื่องของบริษัทและมุมมองของทีมบริหาร ว่าเขาเห็นผลงานและความสามารถของเราหรือเปล่า

 

 

11.Right Company

 

  • เลือกบริษัทที่สามารถจ่ายเงินให้เราได้ตามที่เราต้องการจริงๆในช่วงเวลานั้นๆ
  • เราควรจะเลือกบริษัทที่เห็นว่าบุคลากรหรือพนักงานนั้นเป็นทรัพย์สินที่มีค่า และบริษัทเน้นการพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่ให้เก่งขึ้นเรื่อยๆ โดยส่งเสริมให้เรียนรู้ ส่งเสริมให้พัฒนาตัวเอง
  • รวมถึงสวัสดิการต่างๆที่ได้รับก็ควรจะมีอย่างเหมาะสม โดยขั้นต่ำคือตามที่กฏหมายกำหนดครับ
  • เรื่องของประเภทธุรกิจของบริษัทที่เราจะไปทำ ซึ่งเรทเงินเดือนในตำแหน่งเดียวกัน ในบางธุรกิจอาจจะมากกว่าอีกธุรกิจหนึ่ง
Posted in Lifestyle

“ฉัน ความรัก”

ทุกความรักที่หัวใจฉันได้มีโอกาสรู้จัก เป็นสิ่งที่ดีเสมอ

อย่างน้อย ก็เป็นตัวยืนยันได้ว่า มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีหัวใจและรักเป็น

ความรักเป็นหนึ่งสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่ทำให้หัวใจของคนๆหนึ่งสุขมาก สงบมาก จนกระทั่งถึงทุกข์มากที่สุดเช่นกัน

ในชีวิตของฉัน มีโอกาสได้ทักทายความรักหลายครั้ง หลากหลายเรื่องราว มากมายผู้คน เรียนรู้ สุข และทุกข์ ปะปนกันไป

ความรัก…เมื่อตอนที่ฉันยังเด็ก สีสันสวยงาม หวือหวา หัวใจเต้นแรง ตื่นเต้น และทำให้หัวใจหลงรักฤดูแห่งความรักนั้น

ความรัก…เมื่อตอนที่ฉันโตขึ้นมาหน่อย ความต้องการความรักที่หวือหวานั้นมีน้อยลง มีเพียงหัวใจที่ต้องการความรัก ที่มาพร้อมความสุข สงบในหัวใจ ความเข้าใจซึ่งกันและกัน และการซื่อสัตย์ต่อความรัก

เมื่อฉันโตขึ้น รูปแบบความรักที่ต้องการมันเรียบง่ายมากขึ้น บางที การไม่ดิ้นรน ไม่แสวงหา ปล่อยให้ความรักได้ทำหน้าที่ของมัน ได้ทำหน้าที่ดูแลหัวใจกันและกัน เท่านั้นก็น่าจะเพียงพอแล้ว

เมื่อฉันโตขึ้น…ฉันค้นพบว่า ความรัก มีได้หลากหลายรูปแบบ และความรักไม่ต้องการครอบครอง บางคนอยู่ด้วยแล้วสบายใจ บางคนสามารถเป็นที่ปรึกษาให้ฉันได้ บางคนเข้าใจชีวิต เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ บางคนดูแลใส่ใจความรัก บางคนมอบความรักให้ฉันเต็มที่ บางคนอยู่ในความทรงจำของฉัน บางคนก็หลุดหายไปจากโลกของความรักของฉัน บางคนไม่อยู่ในโลกความจริง แต่อยู่ในความทรงจำ บางคนรอวันวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง บางคนการเจอกันครั้งนั้นอาจเป็นครั้งสุดท้าย บางคนเข้ามาแล้วจากไป บางคนจากไปแล้วยังอยู่ในความทรงจำ บางคนรอการเข้ามาเจอกันในอนาคต

โลกมันหลากหลายนะ และความรักก็แต่งแต้มสีสันให้โลกได้ดีเชียวละ

“ฉัน…ความรัก”  เขียนขึ้นมาเพื่อขอบคุณความรักจากคนปัจจุบันที่อยู่ข้างๆชีวิตฉัน

ไม่ง่ายที่ใครสักคนจะเลือกเดินตามเสียงหัวใจตัวเองแบบเทอ

ไม่ง่ายที่ใครสักคน จะยอมเลือกชีวิตที่โดดเดี่ยวจากบ้านเมืองตัวเองมา เพื่อใช้ชีวิตอยู่กับคนรักที่ตัวเองได้เลือกด้วยหัวใจ และตั้งใจรักษาความรักครั้งอย่างสุดหัวใจของเทอ

ไม่ง่าย ที่ต้องปรับตัวกับทุกสิ่งอย่างรอบตัว ทั้งบ้านเมืองที่แตกต่าง ภาษาที่แตกต่าง วัฒนธรรม ความเชื่อคนละแบบ ผู้คนรอบข้างที่ไม่คุ้นเคย และการก้าวข้ามความเชื่อที่ว่า ผู้หญิงต้องเกิดมาเพื่อเป็นคนรักกับผู้ชายเท่านั้น

ไม่ง่ายเลย ที่จะยอมรับหัวใจตัวเทอเอง ว่าเทอ ยินดีจะรัก และใช้ชีวิตอยู่กับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง

มันไม่ง่ายเลยจริงๆ

แต่เทอก็ เอาความรักทั้งหมดของหัวใจเทอแลกมันมา

มันคุ้มที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพราะเทอได้สิทธิ์ เป็นเจ้าของความรักดีๆ ที่เราได้สร้างมันมาด้วยกัน

ฉันอยากขอบคุณในความรักที่เทอได้ทุ่มเทให้ฉัน

ฉันอยากขอบคุณในความซื่อสัตย์ ที่เทอรักษามันไว้ยิ่งกว่าชีวิตของเทอ

ฉันอยากขอบคุณที่ดูแลฉัน เสียสละตัวเอง เพื่อมาดูแลชีวิตฉัน มาอยู่ข้างๆฉัน มาทำให้ชีวิตฉันง่ายขึ้น มาเป็นทุกอย่างให้ฉัน มาเป็นคนข้างๆ และยืนข้างหลังเพื่อผลักดันให้ฉันได้ทำตามความฝันของตัวเอง

เทอทำให้ฉันสามารถวิ่งไปข้างหน้า โดยที่ไม่ต้องห่วงกังวลอะไรข้างหลังเลย เพราเทอดูแลมันได้หมด และดูแลอย่างดีที่สุดเลยด้วย

ฉันขอบคุณสี่ปีที่เราดูแลกันและกันตลอดมา

ฉันไม่รู้ว่า อนาคตจะเป็นไปยังไง แต่สัญญาจะทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

ฉันจะดูแลความรักครั้งนี้ให้สวยงามและอยู่กับเราไปนานที่สุด ฉันจะทำทุกวิธีทางเพื่อปกป้อง และต่ออายุความรักของเรา

ขอบคุณเทอนะ ที่เข้ามาเป็นความรักที่ดีที่สุดให้กับชีวิตของฉัน

ขอบคุณทุกสิ่งอย่างในโลกใบนี้ ที่ส่งมอบหัวใจที่ซื่อสัตย์ที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา ขอบคุณที่ส่งหัวใจดวงนั้นมาให้ฉัน

ขอบคุณนะความรัก

ฉัน ความรัก

Posted in Lifestyle

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเดินทาง 23/4/2019

เวลาที่เราได้เดินทางไปที่ใดที่หนึ่ง จะไปด้วยการทำงาน หรือเดินทางไปเที่ยว เราสังเกตว่า ทุกการเดินทาง มันมีช่วงเวลาที่ทำให้เราได้อยู่กับตัวเอง และช่วงเวลานั้นเอง ที่ทำให้เราได้นั่งคิดและทบทวนตัวเอง รวมถึงมีเวลามากพอ ที่จะนั่งมองชีวิตของคนที่เดินผ่านไปผ่านมา

อะไรบ้างที่เราได้เรียนรู้จากชีวิตช่วงนี้

หนึ่ง ..การเดินทางนำพาผู้คนมากมายเข้ามาในชีวิตเรา บางคนให้ประสบการณ์ที่ดีแก่เรา บางคนให้รอยยิ้ม บางคนให้มิตรภาพ บางคนให้ความรัก บางคนก็ทำให้เจ็บ มันคละเคล้ากันไป แต่การเดินทางก็สอนเราว่า ผู้คนเหล่านั้น เข้ามาในชีวิตเราในช่วงๆหนึ่ง เข้ามาอยู่ในชีวิตจริงของเรา แต่เมื่อเวลามาถึง ชีวิตเราต่างก็ต้องแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง การเดินทางมันสอนความไม่แน่นอนนั่นเอง การพบกันกับใครสักคนในวันนี้ ถ้าเป็นความรู้สึกที่ดี ก็จงทำดีกับคนๆนั้นให้มาก ให้มากพอที่วันหนึ่งเมื่อเราต้องจากกัน อย่างน้อยที่สุด เราจะเป็นความทรงจำที่ดีให้กับคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา

สอง…การได้อยู่กับตัวเอง ทำให้เราเข้าใจตัวเองได้ดีที่สุด ในท่ามกลางผู้คนนับร้อยนับพันที่สะพายกระเป๋าและออกเดินทาง ทุกคนต่างมีจุดหมายปลายทางของตัวเอง เราเหมือนเห็นตัวเองจากการมองผู้คนเหล่านั้น มันคงหลากหลายอารมณ์ หลากหลายเป้าหมาย หลากหลายความคิดและความรู้สึก แต่ปลายทางของเราก็คงอยากกลับบ้าน บางคนอยากกลับบ้านที่บ้านจริงๆ แต่ใครบางคน มีใครสักคนที่เป็นเสมือนบ้านของเค้า

สาม…เรามักจะตื่นเต้นกับสถานที่ใหม่ๆ ผู้คนใหม่ๆ หลงไหลกับสิ่งใหม่ที่เราไม่เคยเห็น และพยายามค้นหาความน่าสนใจจากสิ่งใหม่นั้น แต่กับบางสถานที่ ที่เราไปซ้ำๆ ซ้ำๆ จากความตื่นเต้น กลายเป็นความเฉยๆ ไม่รู้สึกสนุก ไม่รู้สึกตื่นเต้นแล้ว ถ้าเราบินไปที่ใดที่หนึ่งมากกว่า 10 ครั้ง แน่นอนความตื่นเต้นมันคงลดลง หรือแทบไม่รู้สึกอะไร

มันก็คงเหมือนกับชีวิตช่วงนี้ที่สอนเราว่า คนใหม่ๆที่เราพบเจอ อาจทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น ดูเป็นสิ่งใหม่ที่น่าสนใจ แต่เรากลับลืมไปว่า คนเดิมและที่เดิมๆที่เรากลับไปเจอซ้ำๆ เจอกันทุกวัน มันอาจจะดูธรรมดา ไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่เราเลือกกลับไป เพราะที่นั่นคือ “บ้าน” ของเรา ใครบางคนเป็นเสมือน “บ้าน” ที่เราอยากกลับไปทุกครั้ง มันธรรมดา แต่ว่าอบอุ่น

จริงๆต้องขอบคุณการเดินทางนะ ที่ทำให้เราคิดได้ ต้องขอบคุณช่วงเวลาที่เราได้อยู่คนเดียว มันทำให้เรามองภาพบางภาพได้ชัดขึ้น และมันทำให้เรารู้ว่า ปลายทางที่เราต้องการเดินมันควรจะไปที่ไหน

เราอยากกลับบ้าน กลับไปหาใครสักคนที่เป็นเหมือนบ้านของเรา

00.06AM
บันทึก คิดถึงบ้าน
สนามบินดอนเมือง กรุงเทพ ประเทศไทย

Posted in Lifestyle

ในวันที่ฝนตกหนัก

ฝนตกหนักที่สุดครั้งแรกในปีนี้
ลมแรงจนทำให้หลังคาบางบ้านเสียหาย ต้นไม้ล้ม

สัญญานก่อนหน้านั้น คืออากาศที่ร้อนมาก ร้อนจนปวดหัว และวันนี้ ความอึดอัดทางอากาศทั้งหมด ก็ถูกแทนที่ด้วยฝนที่ตกมาอย่างหนักจนไม่ลืมหูลืมตา

มันก็คงจะเหมือนกับชีวิตของเรา
ความไม่ชัดเจนและความสับสนมันถูกสะสมมานานพอสมควร

จริงๆมันดีมาก ที่ในที่สุด ฝนก็ตกหนักวันนี้ ในขณะที่เราเองก็ได้เคลียร์และเข้าใจบางเรื่องวันนี้เช่นกัน

สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ ก่อนฝนตก มันก็มีเหตุผลของมัน

ก่อนมาถึงสุดทาง มันก็มีเหตุผลสะสมมาของมัน

พอมาถึงเวลา ฝนมันก็ตกหนัก ตามบทบาทหน้าที่ของมัน ตกนาน เท่าที่ความกดดันในชั้นบรรยากาศที่มันสะสมมา

เช่นกัน กว่าจะมาถึงวันนี้ ความสับสนมันก็ถูกสะสมมานานเช่นกัน ความรู้สึกมันก็พังตามที่มันควรจะเป็น

จะไม่ห้ามให้มันหายเร็วๆ แต่จะให้เวลามันได้ระบายออกมา ให้สมกับที่มันสะสมมานาน

และสุดท้าย เมื่อถึงเวลา มันจะหยุดของมันเอง

ถามตัวเองกี่ครั้ง ก็ตอบได้เต็มปากว่าทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว อะไรที่อยากพูดได้พูดแล้ว อะไรที่อยากบอกได้บอกแล้ว อะไรที่อยากทำ ได้ทำแล้ว ซึ่งทุกอย่างมันทำเต็มที่แล้ว ไม่เสียดายอะไรเลย

เหลือเพียงขั้นตอนต่อจากนี้ ว่าหลังจากฝนหยุดตกแล้ว เราจะไปยังไงต่อ
ซึ่งต้องเลือกทางเลือกที่ดีที่สุดที่ไม่กระทบหรือทำร้ายใคร

สุดท้าย..ฝนตกก็ดีนะ
สุดท้าย…ฝนตกวันนี้มันดีมากนะ

Posted in Lifestyle

เด็กคนนั้น

ตอนเด็กชอบอ่านหนังสือ สามารถขลุกตัวอยู่กับกองหนังสือที่ตัวเองชอบ โดยใช้เวลานั่งอ่านทั้งวันโดยที่ไม่ต้องออกไปข้างนอกเลยก็ยังได้

ต้องขอบคุณเด็กคนนั้น ที่รักการอ่าน
เพราะเมื่อเราโตขึ้น เราค้นพบว่า เพื่อนที่ดีที่สุด ก็คือ “หนังสือ”
เราเลือกคนที่เข้ามาในชีวิตเราไม่ได้
แต่เราสามารถเลือกหนังสือที่มาอยู่ในมือเราได้

หนังสือไม่ได้น่าสนใจทุกเล่ม บางเล่มอ่านยังไม่จบ ก็ไม่รู้สึกว่าอยากอ่านต่อ

หนังสือบางเล่ม เราชอบมาก จนสามารถ หยิบมาอ่านซ้ำๆ ซ้ำๆ บางประโยคในบางหน้า ขีดเส้นใต้ ไฮไลท์ไว้ และเขียนอะไรกำกับไว้ มากมาย นั่นคือหนังสือที่เราชอบและมีอิทธิพลต่อความคิดและความเชื่อของเรา

หนังสือหลายเล่ม เขียนเกี่ยวกับชีวิต เวลาที่เราได้อ่าน ได้ทำความเข้าใจตัวเองผ่านหนังสือ มันทำให้เราสามารถเข้าใจชีวิตได้ง่ายขึ้น บางเรื่องราว มันหนักมากสำหรับเด็กหนึ่งคนอย่างเรา แต่ทุกครั้งเราก็ผ่านมันมาได้เพราะหนังสือดีๆนี่เอง

เราเชื่อว่า ดอกไม้แต่ละชนิด มีเวลาผลิบานของมัน เราไม่ควรเอาความสำเร็จของคนๆหนึ่ง ไปเทียบกับคนอีกคนหนึ่ง เพราะอะไรหนะหรือ….ก็เพราะดอกไม้แต่ละชนิดมีเวลาผลิบานของตัวเอง

ไม่ต้องเร่ง ไม่บีบรัด ปล่อยให้ดอกไม้ ได้เติบโตไปตามเวลาของมัน

เมื่อเวลาที่เหมาะสมมาถึง ดอกไม้ดอกนั้นจะเติบโตและสวยงามที่สุด มันจะเป็นดอกไม้ดอกเดียวในโลก ที่งดงามแบ่งบานแบบนั้น แบบที่มันได้เป็นตัวเอง

#ชอบเวลาได้อ่านหนังสือ
#ชอบเวลาเป็นตัวเอง
#ชอบเสื้อยืดกางเกงยีนส์รองเท้าผ้าใบ

Posted in Lifestyle

“เขียนถึงคนบนฟ้า” 21/5/2019

หนูเชื่อนะ ว่าพ่อส่งกำลังใจมาดูแลพวกเราอยู่

พ่อรู้มั้ย การกลับไปบนฟ้าของพ่อ ได้ฝากอะไรมากมายให้โลกใบนี้

คนมาร่วมงานศพพ่อเยอะมากเลยนะ ทุกคนคิดถึงความดีที่พ่อได้ทำไว้ รอยยิ้มของพ่อ เสียงหัวเราะของพ่อ ความมีน้ำใจ ความใจดีของพ่อ มันประทับอยู่ในหัวใจของผู้คนที่นี่ มันเป็นสิ่งที่สวยงามที่สุด ที่มนุษย์คนหนึ่งได้ฝากไว้กับโลก

หนูได้ยินประโยคหนึ่ง หนูรู้สึกซึ้งมาก เค้าบอกว่า “การเสียชีวิตของพ่อหนึ่งคน เหมือนสูญเสียเป็นสิบคน” เพราะอะไรรู้มั้ย
ก็เพราะพ่อเป็นทุกๆอย่างให้กับคนที่นี่ พ่อเป็นคนดีที่หนึ่ง คนที่ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหน ทุกคนรู้จักพ่อ ทุกคนรักพ่อ ความดีที่พ่อทำไว้ มันประทับอยู่ในหัวใจของคนที่นี่

การกลับไปบนฟ้าของพ่อ สอนชีวิตที่เหลือบนโลกใบนี้ว่า อย่าประมาทกับชีวิตนักเลย ชีวิตมันสั้นมาก แค่หนึ่งลมหายใจที่มันหยุดไป มันก็กลายเป็นร่างที่ไร้วิญญานได้แล้ว เพราะฉะนั้น ก่อนที่วันนั้นจะมาถึง เราลองถามตัวเองดูว่า วันนี้ เราใช้ชีวิตดีที่สุดหรือยัง ถ้าเราต้องตายไปใน นาที นี้ คิดว่าคนจะพูดถึงเราด้วยเรื่องไหน สำหรับชีวิตของพ่อ มันคุ้มมากแล้ว พ่อสวยงามที่สุดในโลก พ่อประทับความดีไว้ในใจคน และเราจะจดจำสิ่งที่ดีที่สุดจากพ่อนะ

ส่วนชีวิตที่เหลือ พ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะ
ทุกคนจะตั้งใจดูแลชีวิตตัวเอง จะเอาพ่อเป็นแบบอย่าง

ไม่ต้องห่วงนะ หนูและพี่น้อง จะดูแลแม่เอง จะทำให้ดีเหมือนที่พ่อเคยทำ

สำหรับหนู หนูตั้งใจจะทำชีวิต ให้เป็นประกาศนียบัตรที่ดีที่สุด ให้ผู้ชายที่ชื่อว่าพ่อ จะทำความดี จะเดินรอยตามความดีของพ่อ และแน่นอน ถ้าลมหายใจสุดท้ายของหนูไม่มี หนูก็ไม่เสียดายอะไรในชีวิตนี้เลย เพราะ ทุกๆวัน หนูทำเต็มที่แล้ว

รักพ่อนะ
คิดถึงพ่อมาก

Posted in Lifestyle

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงาน

1. บางวันดี บางวันไม่ดี แต่ไม่ว่าจะยังไง หาข้อดี…ของวันดีและวันไม่ดีเหล่านั้นให้เจอ มันจะมีบทเรียนบางอย่างคอยสอนเราเสมอ ให้มองว่าการทำงานคือการได้ฝึกฝนตัวเองให้เข้มแข็งขึ้น วันหนึ่งที่เราผ่านบทเรียนยากๆไปได้ เราจะเติบโตไปอีกขั้น

2. ในวันที่เหนื่อยจากการทำงาน วันที่เครียดสุดๆจากสถานการณ์ยากๆที่เราต้องรับมือ ให้มองหาข้อดีให้เจอว่า อย่างน้อย เราก็ยังมีงานทำ เราได้พัฒนาตัวเองไปสู่อีกระดับหนึ่ง

3. คนที่ไม่โดนด่าเลย ไม่โดนตำหนิเลย คือคนที่ไม่ทำอะไรเลย แต่คนที่โดนตำหนิบ้าง โดนตักเตือนบ้าง นั่นหมายความว่า คนที่เค้าตักเตือน ยังให้โอกาสเราในการแก้ไขตัวเอง ถ้าเราผ่านบทเรียนข้อนั้นไปได้ เราปรับปรุงในจุดนั้นๆไปได้ เราจะเก่งขึ้นอีกระดับหนึ่ง

4. การทำงานประจำ คือการที่นายจ้าง จ่ายเงินให้เราได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ใช้ความรู้ ความสามารถที่เรามี สร้างมูลค่าให้บริษัท สร้างรายได้ให้บริษัท โดยเราได้รับค่าตอบแทนเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน ซึ่งก็แฟร์กันทั้งสองฝ่าย สิ่งที่เราต้องเรียนรู้คือ เราควรต้องอยู่ในจุดที่เราสามารถเป็นตัวของตัวเอง โดยที่ไม่สูญเสียตัวตนไป เพราะกรอบอะไรก็แล้วแต่ที่ครอบเราไว้ เราต้องมีจุดยืนบางอย่างที่เข้มแข็งพอ เพื่อที่จะพาชีวิตไปยังจุดหมายต่อไปที่เราฝันไว้

5.การทำงาน สิ่งที่ยากที่สุด คือการควบคุมทัศนคติของตัวเองให้ดี สภาพแวดล้อม พร้อมส่งอะไรลบๆมาหาเราเสมอ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ เราต้องมีสติมากพอ ที่จะดูแลทัศนคติของตัวเอง มีสติ ที่จะเลือกทำในสิ่งที่พัฒนาตัวเอง และสร้างความคิดบวกให้ตัวเองอยู่เสมอๆ

#บันทึกในวันที่โคตรเหนื่อยเลย
#ขอบคุณที่มีWeekend
#จะDetoxความเครียดออกจากสมองแล้วกลับมาFreshอีกครั้ง

Posted in Lifestyle

บันทึก : เดือนที่ต้องบินทุกสัปดาห์ ตั้งแต่ต้นเดือน จนถึงสิ้นเดือน

 

ตอนเด็ก อยู่กลางทุ่งนา แหงนหน้ามองฟ้า เห็นเครื่องบิน เคยคิดว่า การได้นั่งอยู่บนเครื่องบินคงมีความสุขแน่ๆเลย เพราะเราจะได้เจอโลกกว้าง ไปเจอโลกที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน

พอโตขึ้นมา ได้ทำงานที่ต้องเดินทางเยอะมาก นั่งเครื่องบินมากกว่านั่ง BTS หรือ รถบัส

นึกถึงภาพตอนเด็ก แล้วคำถามเดิมก็ผุดขึ้นมา การนั่งเครื่องบินมันมีความสุขมากมายขนาดนั้นจริงๆหรอ

เอาจริงๆ มันก็มีข้อดี ตรงที่เราสามารถไปที่ไหนก็ได้ในโลกใบนี้
แต่สิ่งหนึ่งที่คิดได้ระหว่างอยู่บนเครื่องบินก็คือ

– ในช่วงที่ใจมันมีความทุกข์ ต่อให้ตัวนั่งอยู่บนเครื่องบินที่สูงลับฟ้า มันก็ทุกข์อยู่ดี ความทุกข์มันไม่ได้เกิดขึ้นแค่ตอนเราเดินบนดิน แต่มันอยู่ทุกที่ ที่หัวใจเราพามันไปด้วย

– ไม่ว่าจะคนจน หรือ คนรวย ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ เราต่างก็มีความทุกข์คนละแบบ เผลอๆความทุกข์ของคนจนอาจดูเล็กน้อยไปเลยก็ได้ เมื่อเราได้เห็นความทุกข์ของนักธุรกิจระดับใหญ่ๆ แต่ก็นั่นแหละ เพราะเค้าต้องแก้ปัญหาระดับใหญ่ๆไง เค้าจึงรวยระดับนั้น เพราะระดับปัญหาและความท้าทายมันต่างกัน

– เดินทางไปไกลแค่ไหน ไม่สำคัญ สำคัญคือใครสักคนที่รักเรา รอเรากลับบ้าน การได้อยู่กับคนที่เรารัก เราอยู่ที่ไหนก็ได้ เพราะทุกที่ จะมีความรัก

– เดินทางบ่อย อาจดูสนุก แต่เอาเข้าจริงๆก็เหนื่อย แต่ก็นั่นแหละ มันคือความท้าทายหนึ่งของชีวิต เราโชคดีขนาดไหน ที่มีโอกาสทำงานที่ท้าทายแบบนี้ เพราะฉะนั้น จงลงมือทำให้ออกมาดีที่สุด

#แด่เดือนที่ต้องบินทุกสัปดาห์